เส้นทางธรรมชาติใจกลางเกาะ: Oranjestad – Hooiberg – Casibari Rock Formations – Ayo Rock Formations
ถ้าถามว่าอารูบามีดีอะไรนอกจากทะเลสีเทอร์ควอยซ์ เราบอกเลยว่า “ดิน” คือคำตอบที่ทำให้เราตกหลุมรักเกาะนี้ ตอนขับรถออกจาก Oranjestad ไปทางทิศตะวันออก ท้องฟ้าไม่มีเมฆ พื้นที่่รอบข้างเปลี่ยนจากเมืองสีสันเป็นทะเลทรายสีน้ำตาลแห้งๆ ที่มีพุ่มไม้ตะกั่วทนแล้งโผล่ออกมาเป็นจุดๆ เรารู้สึกว่าตัวเองย้อนเวลาไปอยู่บนดาวอังคารชั่วครู่ ทริปสั้นๆ แค่ 40-60 นาที (ไม่รวมเวลาปีน/เดิน) ที่เรากำลังจะเล่าให้ฟังนี้ จะพาคุณไปสัมผัสอีกหน้าหนึ่งของอารูบาที่คนส่วนใหญ่มองข้าม
เส้นทางโดยย่อ
เริ่มต้นจาก Oranjestad → Hooiberg → Casibari Rock Formations → Ayo Rock Formations → Seroe Colorado viewpoint → กลับ Oranjestad
ระยะทางรวมประมาณ 20-25 กิโลเมตร ใช้เวลาขับขี่ประมาณ 40-60 นาที (ไม่รวมเวลาปีนและเดิน) ถ้าคุณอยากถ่ายรูปสวยๆ และเดินเบาๆ รอบโขดหิน แนะนำให้预留เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงทั้งหมด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ช่วงเช้า (07:00-10:00 น.) หรือใกล้เย็น (16:00-18:00 น.) เพื่อหลีกเลี่ยงแดดจัดและอากาศร้อน อารูบามีดัชนี UV สูงมาก แม้ในช่วงเช้าก็ควรทาครีมกันแดด
รถที่แนะนำ: รถยนต์ทั่วไปก็เพียงพอ เพราะถนนไปยังจุดต่างๆ เป็นถนนลาดยางเรียบ แต่ถ้าต้องการความสะดวกในการแวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ รถ SUV หรือรถที่มีแอร์ดีๆ จะช่วยให้สบายกว่า ถ้าคุณกำลังมองหารถเช่าใน Oranjestad สามารถดูตัวเลือกรถเช่าที่นี่ได้เลย
จุดแรก: Hooiberg – ยอดเขาขนมปังปิ้ง
Hooiberg เป็นเนินเขาสูงประมาณ 165 เมตร ตั้งอยู่กลางเกาะอารูบา ชื่อนี้แปลว่า “ยอดเขาขนมปังปิ้ง” เพราะรูปทรงของมันคล้ายขนมปังปิ้งมาก เราขับรถไปถึงตีนเขา มีที่จอดรถและบันไดขึ้นไปถึงยอด บันไดมีประมาณ 500 ขั้น ไม่ต้องกังวลว่าจะปีนยาก เราปีนขึ้นไปเองประมาณ 20-25 นาที พอถึงยอด แล้วหายใจเข้าลึกๆ วิว 360 องศาที่เห็นได้ทั้งเกาะทำให้เราลืมความเหนื่อยไปเลย
📍 ทริป tip: ช่วงเช้าตรู่จะมีคนปีนน้อยมาก ถ้าคุณอยากได้ยอดเขาพร้อมวิวสำหรับถ่ายรูปคนเดียวโดยไม่มีใครแทรก ให้ไปถึงตีนเขาประมาณ 06:30-07:00 น.
จุดที่สอง: Casibari Rock Formations – วงแหวนหินยักษ์
ขับรถต่อไปอีกประมาณ 10-15 นาทีจาก Hooiberg จะถึง Casibari Rock Formations พอเห็นกลุ่มหินขนาดยักษ์ที่มองดูเหมือนถูกวางไว้บนเกาะแบบสุ่มเสี่ยม คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสวนหินธรรมชาติ ที่นี่มีทางเดินเวียนรอบโขดหิน สร้างจากไม้และคอนกรีต ขึ้นลงไม่ชันมาก เหมาะสำหรับทุกวัย
เราใช้เวลาที่นี่ประมาณ 30-45 นาที เดินเล่นถ่ายรูป มุมที่เราชอบมากคือมุมที่มองขึ้นไปบนยอดหิน จะเห็นเงาของตัวเองตกอยู่บนผิวหินสีสนิมเหล็ก สวยแปลกในแบบที่ไม่เหมือนที่ไหน
จุดที่สาม: Ayo Rock Formations – โขดหินที่ใหญ่กว่า
ขับรถต่อไปอีกไม่ไกลจาก Casibari จะถึง Ayo Rock Formations ที่นี่มีขนาดใหญ่กว่า และหินมีรูปร่างที่แตกต่างกันไป บางก้อนดูเหมือนใบหน้าคน บางก้อนดูเหมือนสัตว์ เราเดินเข้าไปในซอกหินเล็กๆ รู้สึกเหมือนเป็นนักสำรวจถ้ำชั่วครู่ มีบางจุดที่ต้อง หดตัว หรือ ปีน ขึ้นไปเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เรื่องยาก
💡 เคล็ดลับจากคนที่เคยมา: ที่ Ayo มีจุดชมวิวหนึ่งที่อยู่บนยอดหินใหญ่ ถ้าปีนขึ้นไปได้ จะเห็นวิวทะเลทรายรอบๆ และทะเลด้านหนึ่งของเกาะ ยิ่งถ้ามาช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีส้มจะย้อมภูมิประเทศให้เป็นสีทอง
จุดที่สี่: Seroe Colorado Viewpoint – จุดชมวิวระหว่างทาง
ระหว่างทางกลับจาก Ayo ไปยัง Oranjestad จะผ่าน Seroe Colorado viewpoint จุดนี้ไม่ต้องแวะนาน แค่จอดรถข้างทาง ก้มมองลงไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้สีเขียวเข้มแทรกอยู่ในทะเลทราย ความเขียวของมันดูแปลกประหลาดกับฉากหลังสีน้ำตาลแห้งๆ รอบข้าง
เราแวะจอดรถแค่ 5-10 นาที เดินไปมองวิว แล้วกลับเข้ารถต่อ ถ้าไม่มีเวลา ข้ามจุดนี้ไปก็ได้ แต่ถ้าแวะ ไม่เสียดาย
เสร็จแล้ว: Oranjestad Downtown – กลับเข้าเมือง
ขับรถกลับเข้า Oranjestad เมืองหลวงของอารูบาที่มีอาคารสีสันสดใสแบบดัตช์แคริบเบียน ถ้ายังมีเวลา แนะนำให้แวะเดินเล่นที่ถนน Main Street หรือ Caya G. F. “Betico” Croes ที่มีร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย
ทริปนี้ มีอะไรที่ต้องระวัง
- แดดและความร้อน: อารูบาเป็นเกาะทะเลทราย มีดัชนี UV สูงมาก แม้ในช่วงเช้าที่อากาศดูเย็นสบาย ผิวก็จะแสบได้ถ้าไม่ทาครีมกันแดด เราแนะนำให้ทาทุก 2 ชั่วโมง และสวมหมวกแบบกว้างๆ
- น้ำ: เอารองเท้าน้ำหรือรองเท้าที่เปียกน้ำได้ไปด้วย เพราะบางจุดใน Casibari และ Ayo อาจมีน้ำขังเล็กน้อยหลังฝนตก
- รองเท้า: รองเท้าผ้าใบที่กาวน้ำได้ดี จะทำให้การปีนหินและเดินทางเดินสบายกว่ารองเท้าลู่ไปไหน
- ทางเดิน: ทางเดินในจุดท่องเที่ยวทั้งสองแห่งสร้างมาดีแล้ว แต่บางจุดเป็นหินธรรมชาติ ต้องระวังลื่น
เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง
- น้ำดื่ม: เอาไปอย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อคน เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำเร็วในทะเ���ทราย
- ครีมกันแดด: SPF 50+ แล้วทาบ่อยๆ
- หมวกและแว่นตา: อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดที่จำเป็นมาก
- โทรศัพท์มือถือ: แนะนำให้ดาวน์โหลดแผนที่ offline ไว้ก่อน เพราะบางจุดสัญญาณอาจไม่แน่นอน
- กล้อง: ถ้าชอบถ่ายรูป ที่นี่มุมที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะช่วง Golden Hour
คำถามที่พบบ่อย
Q: ทริปนี้เหมาะกับเด็กหรือไม่?
A: เหมาะมาก ทางเดินที่ Casibari และ Ayo ไม่ชันมาก เด็กอายุ 5 ขึ้นไปก็เดินได้สบาย แต่ Hooiberg มีบันได 500 ขั้น อาจจะเมื่อยขาเด็กเล็กๆ ได้ ถ้าจะปีน ควรให้เด็กโตหน่อยหรือพ่อแม่อุ้ม
Q: ต้องจ่ายค่าเข้าชมหรือไม่?
A: ไม่ต้อง ทั้ง Hooiberg, Casibari และ Ayo เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่เปิดให้เข้าชมฟรี
Q: ควรไปช่วงไหนดี?
A: ช่วงเช้าตั้งแต่ 06:30-10:00 น. หรือช่วงใกล้เย็น 16:00-18:00 น. จะหลีกเลี่ยงความร้อนและแดดจัดได้ดีที่สุด
Q: มีร้านอาหารระหว่างทางหรือไม่?
A: ระหว่างทางมีร้านเล็กๆ บ้าง แต่ไม่มาก แนะนำให้กินอาหารในเมืองก่อนหรือหลังทริป แล้วเอาน้ำและขนมไปดื่มระหว่างทาง
Q: ถ้ามีแค่ครึ่งวัน ทริปนี้ worth it ไหม?
A: Worth it มาก ทริปนี้ใช้เวลาไม่นาน แต่ได้เห็นอีกด้านของอารูบาที่ต่างจากชายหาดที่คนทั่วไปคุ้นเคย ถ้าคุณเบื่อทะเลแล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาทะเลทรายบ้าง
สรุป
ทริปนี้เป็นอีกหนึ่งมุมของอารูบาที่หลายคนมองข้าม เราชอบทะเลสีเทอร์ควอยซ์ของที่นี่ แต่การได้มาเห็นทะเลทรายเป็นส่วนตัว ปีน Hooiberg ชมวิว 360 องศา และเดินรอบโขดหิน Casibari กับ Ayo ทำให้เรารู้สึกว่าอารูบาไม่ได้มีแค่ชายหาด ทริปนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่อยากอยู่แต่บนหาด และอยากสัมผัสธรรมชาติแบบต่างๆ ของเกาะ
ถ้าคุณกำลังวางแผนมาเที่ยวอารูบา และอยากได้รถเช่าสำหรับทริปนี้หรือทริปอื่นๆ สามารถดูข้อเสนอรถเช่าใน Oranjestad ได้ที่นี่ ขับรถเที่ยวอารูบาแบบอิสระ จะได้เห็นอะไรมากกว่าที่คิด
