บาริโลเช → เอล โบลซอน (El Bolsón) ผ่าน RN40

วิวเมืองเอล โบลซอนและภูเขาพาตาโกเนียจากถนน RN40

ถ้าชีวิตในบาริโลเชเริ่มรู้สึกจำเจ ขอบอกเลยว่าแค่ขับรถลงไปทางใต้อีกไม่กี่ชั่วโมง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปทันที จากทะเลสาบน้ำใสสีเขียวมรกตที่คนคุ้นเคย ค่อยๆ แปรสภาพเป็นหุบเขาสลับซับซ้อนของพาตาโกเนียที่ยิ่งขับยิ่งเห็นไม้เบิกฟ้าขึ้นเรื่อยๆ ความจริงแล้วผมเคยลังเลอยู่นานว่าจะอยู่บาริโลเชต่อหรือขับไปเอล โบลซอนสักวัน จนกระทั่งได้ลงมือขับจริงๆ ถึงบอกได้เลยว่า ถ้าไม่ลอง จะไม่มีทางรู้ว่าอีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขานั้นมันสวยแค่ไหน

เส้นทาง RN40 ที่ว่ากันว่าเป็นถนนสายหลังของอาร์เจนตินานั้น ไม่ได้โอ้อวดเปล่า ระหว่างทางจากบาริโลเชลงไปเอล โบลซอน คุณจะผ่านหุบเขาที่หนาแน่นไปด้วยป่าสนและทุ่งหญ้าพาตาโกเนียที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด บางช่วงถนนตัดผ่านลำธารใสริมทาง บางช่วงวิวเปิดโล่งจนเห็นยอดเขาสูงเบื้องหน้า และบางช่วงก็แค่ถนนโค้งๆ ทอดยาวไปสุดสายตา ทั้งหมดนี้อยู่ห่างจากบาริโลเชแค่ประมาณ 2-2.5 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าถามว่าคุ้มไหม คำตอบของผมคือ คุ้มแน่นอน

เส้นทาง RN40: รวมระยะทางและแผนการแวะพัก

ระยะทาง: ประมาณ 120-130 กม. จากบาริโลเชถึงเอล โบลซอน (แนะนำไป-กลับ รวม 240-260 กม.)

เวลาขับขี่: ประมาณ 2-2.5 ชม. ต่อเที่ยว (ไม่รวมพัก)

แนะนำใช้เวลาทั้งวัน: 6-9 ชม. รวมการแวะต่างๆ

ฤดูกาลที่เหมาะสม: ธันวาคม-มีนาคม (ฤดูร้อนในอาร์เจนตินา) อากาศอบอุ่น ถนนสะดวก

ประเภทเส้นทาง: เส้นทางชนบท/วิวภูเขา (Scenic intercity route)

รถที่แนะนำ: รถ SUV หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อจะเหมาะกว่า โดยเฉพาะช่วงที่แวะ Cerro Piltriquitrón หรือเข้าพื้นที่ Lago Puelo ถนนบางช่วงอาจเป็นลูกรังหรือขรุขระ รถเบาๆ อาจไม่สะดวกเท่าไหร่ ถ้าคุณวางแผนจะไปถึงเอล โบลซอนแล้วขับต่อไปเยี่ยมชมธรรมชาติรอบๆ เช่ารถในบาริโลเช จะช่วยให้คุณยืดหยุ่นเรื่องเวลาและเลือกจุดแวะได้มากขึ้น

ลำดับการแวะที่แนะนำ:

  • El Bolsón (เมือง): ศูนย์กลางเมืองเล็กๆ บรรยากาศฮิปปี้และงานคราฟต์ที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับเดินเล่น กินกาแฟ และซื้อของที่ระลึก
  • Feria Artesanal (ตลาดงานฝีมือ): ตลาดขึ้นชื่อของเอล โบลซอน มีงานฝีมือท้องถิ่น เสื้อผ้า อาหาร และของชำบรรทัด
  • Cerro Piltriquitrón: จุดขึ้นเขาทางเดินชื่อดัง วิวจากบนยอดเห็นเมืองและหุบเขาได้สวยงาม
  • Río Azul: โซนธรรมชาติริมแม่น้ำ เหมาะสำหรับพักผ่อน ถ่ายรูป และสัมผัสธรรมชาติ
  • Lago Puelo: อุทยานและทะเลสาบใกล้เคียง ห่างจากเอล โบลซอนอีกประมาณ 20-30 กม. ถ้ามีเวลาควรแวะ

💡 Local tip: เอล โบลซอนมีตลาดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่ถ้าต้องการตลาดใหญ่และเต็มที่ที่สุด เช็คให้แน่ใจว่าไปวันเสาร์ เพราะวันอาทิตย์ร้านค้าบางร้านจะปิดเร็วกว่า

วิวภูเขาพาตาโกเนียและทุ่งหญ้าระหว่างขับขี่บน RN40

เอล โบลซอน: เมืองฮิปปี้ที่ไม่เหมือนใคร

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเอล โบลซอนถึงฮอตกว่าที่อื่นในพื้นที่ ความจริงก็คือ เมืองนี้มันไม่ได้พยายามจะเป็นอะไรเลย แค่เป็นตัวเองอย่างสุดๆ เมื่อกี่ปีก่อนกลุ่มศิลปินและนักจิตวิทยาจากบูโนสไอเรสเริ่มย้ายมาสร้างชุมชนที่นี่ จนกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคาเฟ่แนวคราฟต์ ร้านขายของ handmade และบรรยากาศที่ relaxed สุดๆ

ผมจำได้ตอนเดินเข้าไปในตลาดงานฝีมือ (Feria Artesanal) ครั้งแรก ตาแทบจะไม่พอ มีทุกอย่างตั้งแต่ถุงมือทอมือไปจนถึงแยมผลไม้ท้องถิ่น มีร้านเบเกอรี่ที่เค้กแอปเปิ้ลร้อนๆ วางอยู่หน้าร้าน กลิ่นหอมจนหยุดเดินต่อไม่ได้ ถ้าถามว่าซื้ออะไรดี ผมแนะนำให้ลองชิมแยมพาตาโกเนียสูตรพิเศษของที่นี่ กินกับขนมปังปิ้งร้อนๆ มันเป็นอะไรที่ธรรมดาแต่อร่อยจนจำได้

Cerro Piltriquitrón: เห็นเมืองทั้งเมืองจากบนยอด

ถ้าเป็นคนชอบเดินป่า อย่าพลาด Cerro Piltriquitrón เป็นภูเขาที่มีทางเดินขึ้นไปถึงยอด ใช้เวลาขึ้นเดินประมาณ 1.5-2 ชม. ขึ้นอยู่กับความฟิต ความสูงจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่วิวก็จะสวยขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย เมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุด เอล โบลซอนจะเห็นเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองฝั่ง มองไปทางไกลจะเห็นทะเลสาบและป่าไม้สลับกันไป บรรยากาศมันสงบมากจนผมนั่งอยู่ตรงนั้นเกือบครึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

ข้อควรระวังคือ ถ้าไปช่วงบ่ายๆ หลังเที่ยง อากาศบนภูเขาจะเปลี่ยนเร็วมาก มีทั้งลมแรงและอุณหภูมิที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ผมเคยโดนฝนกลางทางกลับลงมา เสื้อกันฝนเล็กน้อยที่พกไปช่วยได้เยอะ แนะนำให้ขึ้นไปตั้งแต่เช้าและพกเสื้อหนาวติดตัวไปด้วยเสมอ

วิวทะเลสาบและภูเขาพาตาโกเนียใกล้เอล โบลซอน

Río Azul และ Lago Puelo: ธรรมชาติที่ต้องแวะ

ถ้ามีเวลามากพอ หลังจากเที่ยวเมืองเสร็จแล้ว ขับรถต่อไปทาง Lago Puelo อุทยานแห่งนี้มีทะเลสาบน้ำสีเขียวมรกตล้อมรอบด้วยป่าสน บรรยากาศเงียบสงบมาก เหมาะสำหรับปicnic หรือเดินเล่นริมน้ำ ส่วน Río Azul ก็เป็นจุดพักผ่อนริมแม่น้ำที่สวยงาม ถ้าเป็นฤดูร้อนจะเห็นคนพื้นบ���านมานั่งเล่นริมน้ำกันเยอะ

จุดที่ผมประทับใจจริงๆ คือตอนขับรถผ่าน Río Azul ตอนพระอาทิตย์ตก สีสันของท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีม่วงสะท้อนลงไปในน้ำ ภูเขาที่อยู่เบื้องหลังกลายเป็นเงาดำขนาดใหญ่ มันเป็นภาพที่ผมเก็บมาจากทริปนี้และยังคงจำได้ทุกครั้งที่นึกถึงทริปนี้

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนขับรถบน RN40

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย:

  • สัตว์ป่า: บนถนน RN40 มีโอกาสเจอแพะป่า กวาง หรือ even สุนัขจิ้งจอกข้ามถนนได้ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำ ขับรถด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วเมื่อเห็นป้ายเตือน
  • สภาพถนน: ถนนส่วนใหญ่เป็น asphalt ดี แต่บางช่วงใกล้เขตอุทยานจะเป็นลูกรังหรือถนนแคบ ต้องวิ่งช้าลง
  • สภาพอากาศ: อากาศในพาตาโกเนียเปลี่ยนเร็วมาก ฝน ลมแรง และหิมะแม้ในฤดูร้อนก็เป็นไปได้ ตรวจสอบ forecast ก่อนออกเดินทางเสมอ
  • น้ำมัน: ปั้มน้ำมันบน RN40 มีไม่กี่จุด ขอแนะนำให้เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออกจากบาริโลเช และเติมอีกครั้งที่เอล โบลซอนก่อนกลับ
  • โทรศัพท์: บางช่วงของเส้นทางไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ดาวน์โหลดแผนที่ offline ไว้ล่วงหน้า

ข้อควรระวัง: อย่าประมาทความเร็วลมในพาตาโกเนีย ลมแรงมากจนเปิดประตูรถลำบาก จอดรถในที่ปลอดภัยก่อนเปิดประตู

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

เอกสารที่ต้องเตรียม:

  • หนังสือเดินทาง (Passport) ที่ยังไม่หมดอายุ
  • ใบขับขี่สากล (International Driving Permit) หรือใบขับขี่ที่รู้จักกันในอาร์เจนตินา
  • ประกันการเดินทางและประกันรถ (ถ้าเช่ารถ)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและ passport

เสื้อผ้าและอุปกรณ์:

  • เสื้อหนาวหรือ jacket กันลม (แม้ฤดูร้อนก็ต้องพก)
  • รองเท้าที่เดินเดินป่าได้
  • หมวกและแว่นกันแดด (ดวงอาทิตย์ในพาตาโกเนียแรงมาก)
  • ครีมกันแดด SPF 50+
  • ยาแก้ปวดท้อง เบาหวาน ถุงลม (万一)
  • power bank สำรอง

อุปกรณ์ในรถ:

  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ในรถ
  • แผนที่ offline (Google Maps หรือ Maps.me)
  • ไฟฉาย
  • ถุงขยะ
  • น้ำดื่มและขนมขบเบาๆ

💡 Local tip: ร้านค้าและปั้มน้ำมันในเอล โบลซอนปิดเร็วกว่าบาริโลเช โดยเฉพาะวันอาทิตย์ ถ้าไปวันเสาร์และวันอาทิตย์ วางแผนกลับให้เสร็จก่อน 18.00 น. ไม่งั้นอาจไม่เจอร้านเปิด

ถนน RN40 ในพาตาโกเนียวิวสวยตลอดเส้นทาง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขับรถจากบาริโลเชไปเอล โบลซอนใช้เวลานานแค่ไหน?
ประมาณ 2-2.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดออกจากบาริโลเชและสภาพถนน ถ้าแวะระหว่างทางด้วย อาจใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงได้

จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับเส้นทางหลัก RN40 ถนนเป็น asphalt ดีเกือบตลอดเส้น แต่ถ้าต้องการเข้าอุทยาน Lago Puelo หรือจุดธรรมชาติบางจุด รถ SUV จะสะดวกกว่า และถ้าคุณวางแผนจะไปหลายจุดในวันเดียว เช่ารถในบาริโลเช แล้วออกเดินทางเช้าจะยืดหยุ่นกว่ามาก

เอล โบลซอนเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กไหม?
เหมาะมาก เมืองเล็กและปลอดภัย เด็กๆ จะชอบตลาดงานฝีมือ ร้านไอศกรีม และการเดินป่ารอบๆ ทะเลสาบ ข้อควรระวังคือเรื่องอากาศเปลี่ยนเร็ว ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้ดี

ค��รไปวันไหนดี?
วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ เพราะตลาดงานฝีมือจะเปิด วันเสาร์จะใหญ่และคึกคักกว่าวันอาทิตย์ ส่วนฤดูที่ดีที่สุดคือ ธันวาคม-มีนาคม (ฤดูร้อนอาร์เจนตินา) อากาศอบอุ่น ถนนสะดวก

มีที่พักในเอล โบลซอนไหม? ควรพักค้างหรือกลับวันเดียว?
มีทั้งโฮสเทล เกสต์เฮาส์ และโรงแรมเล็กๆ หลายที่ ถ้าเป็นวันธรรมดาและต้องการค่อยๆ สัมผัสบรรยากาศเมือง การพักค้างหนึ่งคืนเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้ามีเวลาจำกัด กลับวันเดียวก็เพียงพอ โดยออกเช้าและกลับบาริโลเชช่วงเย็น

อาหารในเอล โบลซอนมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
เมืองนี้มีร้านอาหารแนวคราฟต์และ organic หลายร้าน เครื่องดื่มกาแฟและชาแนว home-made อร่อยมาก อย่าพลาดลองเบเกอรี่ของที่นี่ โดยเฉพาะพายแอปเปิ้ลและเค้กถั่ว ราคาไม่แพงและรสชาติดีมาก

สรุป: ทำไมต้องขับรถจากบาริโลเชไปเอล โบลซอน

ถ้าถามว่าทริปนี้มันคุ้มค่าหรือไม่ คำตอบของผมคือ คุ้มค่ามาก เอล โบลซอนไม่ได้เป็นแค่เมืองท่องเที่ยวธรรมดา มันเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตที่ช้าลง การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ต่างจากบาริโลเชที่ค่อนข้างจะเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ เอล โบลซอนยังคงรักษาความเป็นชนบทไว้ได้

และเส้นทาง RN40 เองก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ การขับรถผ่านหุบเขา ทุ่งหญ้า และป่าไม้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ที่ไม่มีจุดจบ ถ้าคุณอยู่บาริโลเชและกำลังมองหาอะไรทำวันหยุด อย่าคิดมาก ขับรถลงไปเถอะ คุณจะไม่ผิดหวัง

หมายเหตุ: ข้อมูลราคา เวลาเปิด-ปิด และสภาพถนนในบทความนี้อ้างอิงจากประสบการณ์ทั่วไปและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลและสภาพอากาศ แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนออกเดินทางเสมอ

Similar Posts